เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย

ปี 2568 นับเป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ความผันผวนของทิศทางอัตราดอกเบี้ย ในประเทศเศรษฐกิจหลักและแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วนของภาครัฐ อย่างไรก็ดีระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ตลอดจนต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ยังทรงตัวในระดับสูง ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อภาคธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีมาตรการผ่อนคลาย LTV และการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองเพื่อช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม นอกจากนี้เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ ระยะหนึ่ง โดยเฉพาะต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยแนวสูงในเขตเมืองใหญ่ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดตลอดปีที่ผ่านมา

ในมุมของคณะกรรมการบริษัท เราให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการอย่างรอบคอบและสมดุล ทั้งด้านการเติบโต ความเสี่ยง และความยั่งยืน โดยติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที และเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการได้สนับสนุน การดำเนินงานที่ยึดมั่นในวินัยทางการเงิน การบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง และการคัดเลือกการลงทุนบนพื้นฐานของผลตอบแทนและความสามารถในการบริหารความเสี่ยง เพื่อรักษาเสถียรภาพขององค์กรในระยะยาว

ในส่วนของฝ่ายบริหาร บริษัทได้มุ่งเน้นการปรับแผนดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม การบริหารพอร์ตโครงการให้เหมาะสมระหว่างแนวราบและคอนโดมิเนียม เพื่อกระจายความเสี่ยงและเสริมความมั่นคงของโครงสร้างรายได้ การเร่งส่งมอบโครงการที่สร้างเสร็จตามแผน และการต่อยอดโอกาสพัฒนา โครงการบนทำเลศักยภาพสูงโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการเติบโตสำคัญของบริษัทในปีที่ผ่านมา แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน สร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ท้าทาย และแปรกลยุทธ์ให้เป็นผลการดำเนินงานที่ชัดเจนภายใต้แนวคิด “We Build Happiness” ได้อย่างต่อเนื่อง

จากการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวม (Presales) ในปี 2568 ได้ 23,407 ล้านบาท เติบโต 21% จากปีก่อน มีรายได้รวม 9,466 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท พร้อมมี ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี จำนวน 33,944 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นฐานรายได้สำคัญสำหรับการเติบโตในระยะถัดไป ผลการดำเนินงานดังกล่าวมีที่มาจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการสำคัญ การตอบรับที่ดีของตลาดต่อโครงการของบริษัท และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของพอร์ตโครงการในภูเก็ต

บริษัทตระหนักดีว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนจึงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีจริยธรรม รับผิดชอบ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลที่เหมาะสม การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายในที่รัดกุม ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนควบคู่กันนี้ บริษัทยังขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งพัฒนาธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน สังคม คู่ค้า ลูกค้า และพนักงาน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปี 2568 บริษัทได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในระดับ AAA และยังคงรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ หรือ 5 ดาว ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว

ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แอสเซทไวส์ยังคงยึดมั่นในแนวคิด “We Build Happiness” ในฐานะหัวใจของการดำเนินธุรกิจ เราเชื่อว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดีมิได้วัดเพียงจากการออกแบบหรือทำเลที่ตั้ง หากยังรวมถึง ความสามารถในการส่งมอบพื้นที่แห่งความสุข ความอบอุ่น และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน ปณิธานดังกล่าวจึงยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่บริษัทจะยึดถือและสานต่ออย่างมั่นคงในทุกช่วงของการเติบโตต่อจากนี้

ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อคณะผู้บริหาร พนักงานทุกคน ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันให้บริษัทสามารถก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่าง เข้มแข็ง บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดมั่น ในหลักธรรมาภิบาลที่ดี พร้อมพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายต่อไปป

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร